Intro of The Midnight Symphony
posted on 13 Oct 2007 03:20 by steakancheeze in FictionByCheezeเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ขอบคุณ
เสียงนกป่าและต้นไม้นานาพันธุ์สองข้างทางที่ผ่านมา ช่างเป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการชื่นชม
ธรรมชาติในวันหยุดพักผ่อนเสียจริง
ถึงกระนั้นเด็กสาวผมเป็นลอนสีทองชนิดที่ใครมองแล้วต้องหันมองเป็นครั้งที่สองก็ยุ่งอยู่กับ
นกพิราบสื่อสารจนแทบจะไม่ได้ละสายตาจากมันไปมองที่อื่นเลย
มือเล็กๆ ยังคงง่วนกับการเขียน
อะไรบางอย่างลงในกระดาษสีเทาหม่นอย่างตั้งอกตั้งใจ สิ่งที่เธออยากทำมากที่สุดในตอนนี้
คืออบเค้กวันเกิดรสช็อคโกแลตให้กับเด็กหนุ่มเจ้าของวันเกิด
แต่การที่ต้องติดตามลุงของเธอไป
รักษาู้เฒ่าเมอร็อกซ์อย่างกะทันหันก็ทำให้เธอต้องเขียนคำอวยพรวันเกิดให้นกพิราบสื่อสาร
ไปให้เขาแทน
“ทำอะไรอยู่ล่ะแครอล”
ชายมีอายุรูปร่างเจ้าเนื้อนิดหน่อยหันมาถาม
“เห็นหลานยุ่งกะเจ้าวิทอ์นั่นนานแล้วนะ.. เดี๋ยวมันก็เมื่อยขาพอดีหรอก”
ศีรษะสีทองเงยขึ้นเล็กน้อย แววตาค้อนๆ กับปากเบ้ส่งให้ลุงอันเป็นที่รัก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เบน เดรียล ได้รับการค้อนจากหลานสาวแท้ๆ คนนี้
แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าหล่อน
งอนเขาเข้าให้นั่นหมายถึงไม่มีทางหายง่ายๆ
ถ้าไม่ได้รับการง้อข้ามวันข้ามคืน
“ก็ลุงเบนนั่นล่ะ หนูกลับมาจากโรงเรียนว่าจะอบเค้กให้พี่เซนนสุดหล่อซะหน่อย ดันจับหนูโยนขึ้น
รถม้าเทียมเกวียนนี่เฉยเลย”
เหตุผลของเด็กสาวทำเอาพุงอ้วนๆ ของเบนกระเพื่อมถี่เพราะกลั้นหัวเราะไม่ไหว
“โฮ่ๆๆ แหม.. ตัวเล็กแค่นี้
แถมร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะเข้าครัวทำตัวเป็นแม่ศรีเรือน
แล้วนี่คิดยังไง
ถึงจะอบขนมเค้กล่ะ
จำได้รึเปล่าว่าครั้งแรกที่หลานเข้าครัวทำคุ้กกี้น่ะ
มันออกมาแข็งอย่างกับเค้กหิน
ของแฮกริด”
นี่ยังอุตส่าห์จำคุ้กกี้ช็อกโกแลตชิพสาเหตุที่ทำให้เธอไม่อยากทำขนมนั่นได้อีกหรอ!?! ขนาดเธอ
ทำเองยังลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันหน้าตาเป็นยังไง
“หึ.. เอาเถอะ ว่าแต่ลุงไม่รู้จริงๆ หรอว่าหนูจะอบเค้กไปทำอะไร?”
เบนพยายามนึกตาม.. เขาแปลกใจไม่ใช่น้อยที่หลานสาวคนเดียวคิดจะอบเค้กถ้าไม่มีโอกาสพิเศษ
“วันนี้วันอะไรล่ะคะ”
ถามได้.. ก็วันศุกร์น่ะสิ วันนี้ปิดเทอมวันแรกซะด้วย
เบนยังคงคิ้วขมวดแทบผูกกันเป็นโบว์ เมื่อเห็น
ชายตรงหน้ายังคงเงียบเธอจึงพูดออกมาอย่างหน่ายๆ
“โถ่.. วันนี้วันที่สิบสามตุลาคม วันเกิดพี่เซนนไงคะ!!”
แครอลพูดจบก็หันไปหาวิทอ์ พิราบสื่อสารตัวสีขาวนั่นต่อ โดยไม่สนใจลุงเบนของเธอที่ตอนนี้
หน้าซีดไปเรียบร้อย
ในหัวชายเจ้าเนื้อยังคงมีเลขสิบสามวิ่งเวียนไปมาหลายรอบ
หน้าซีดขาวจนเหมือนแป้งชั้นดีที่เขา
ใช้ทำขนมอร่อยๆ
ขายหาเงินเป็นรายได้หลัก แล้วมืออวบๆ
ก็เอื้อมจับเจ้าวิทอ์มาจากเด็กสาวตรงหน้า
อย่างรวดเร็วพร้อมๆ
กับดึงแผ่นกระดาษใบเล็กของเธอจากข้อเท้าของมันออกมาขีดฆ่าข้อความเดิม
และแย่งขนนกในมือแครอลจุ่มน้ำหมึกเขียนข้อความใหม่ลงไปอย่างรวดเร็วชนิดที่เด็กสาวยังไม่ทันคัดค้าน
“อ๊า!! ลุงเบน นั่นหนูอุตส่าห์เขียนสวยสุดชีวิตบนรถกระเทือนๆ นี่เชียวนะ!”
จบประโยคเจ้าวิทอ์ก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงาม ทิ้งเด็กสาวซึ่งแทบจะน้ำตาร่วงหันไปมองผู้เป็นลุง
อย่างไม่เข้าใจอะไรเลย
ส่วนเบนที่กลับไปหาคนรับสารไม่ได้ในตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เจ้านกพิราบบินไปถึงบ้านของเขาก่อน
พระจันทร์จะตรงศีรษะคืนนี้..
........................................................................
สวัสดีจ้าา!~
บทที่หนึ่งคิดว่าน่าจะลงให้เร็วๆ นี้
แล้วก็ตอนนี้กำลังจัดตัวหนังสือให้อ่านง่ายๆ อยู่ หุหุ..
เรื่องนี้เขียนในคอมเสร็จก็เอาลงเลย ซึ่งคิดว่าน่าจะได้รีไรท์หลายรอบแน่ๆ
แต่ก็พยายามให้สมบูรณ์ที่สุดอยู่อ่าจ้า
เนื่องจากยอมรับว่าตัวเองขี้เกียจมากที่จะมานั่งแก้ แล้วก็เข้าใจว่าพอแก้
คนอ่านก็ต้องกลับไปอ่านใหม่ แล้วความเบื่อก็จะบังเกิดได้
ชี้แจงอีกนิดนึงอิอิ เซนน อ่านว่า เซนแบบออกเสียงสระเอยาวๆ นะคะ จริงๆ เอามาจากภาษาหนึ่งแปลว่าลูกชาย หุหุ
ส่วนวิทอ์ แปลว่า สีขาวจ้า
next night..
“บาเทนเดอร์!”
ชายที่ถูกเรียกหันมาหาเจ้าของที่ยื่นซองยาสีน้ำตาลพร้อมกับเงินปึกหนึ่งให้อย่างมีเลศนัย
“ได้ครับนายน้อย”
...... To be continued ......
edit @ 13 Oct 2007 03:34:24 by steak.an.cheeze